ในยุคที่โลกหมุนเร็วจนเราตามแทบไม่ทัน สถานการณ์รอบตัวเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ท่ามกลางความวุ่นวายที่ชวนให้ใจสั่นคลอนนี้ ในฐานะสาวกของพระคริสต์ เราจะ “ส่องสว่าง” ได้อย่างไร? จุดเริ่มต้นที่แท้จริงไม่ใช่การพยายามทำตัวให้โดดเด่น แต่คือการตอบสนองต่อเสียงเรียกของพระเยซูในมัทธิว 16:24 ที่ว่า “ถ้าใครต้องการติดตามเรา ให้คนนั้นปฏิเสธตัวเอง แบกกางเขนของตนและตามเรามา” การส่องสว่างเริ่มต้นจากการ “ปฏิเสธตัวตนเดิม” เพื่อรับเอาชีวิตใหม่และส่องแสงของพระองค์ผ่านตัวเรา
——————————————————————————–
1. พัฒนา “ท่าทีของผู้รับใช้”
ก้าวแรกสู่การเป็นสาวกที่ส่องสว่างคือการปรับจูนทัศนคติให้เหมือนพระเยซูคริสต์ พระองค์คือต้นแบบที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทรงตรัสไว้ในมัทธิว 20:28 ว่าพระองค์ไม่ได้มาเพื่อ “รับการปรนนิบัติ” แต่มาเพื่อ “ปรนนิบัติผู้อื่น” และสละชีวิตเพื่อไถ่บาปคนจำนวนมาก
เราต้องตระหนักว่าเราคือ “ฝีพระหัตถ์ของพระองค์” (เอเฟซัส 2:10) ที่ถูกสร้างมาอย่างเฉพาะเจาะจงเพื่อทำความดีตามแผนงานที่พระเจ้าวางไว้ การรับใช้ในที่นี้จึงไม่ใช่แค่การช่วยเหลือสังคมทั่วไป แต่เป็นการดำเนินตามพระประสงค์สูงสุดของพระเจ้าในทุกที่ที่เราอยู่
“เราต้องถามตัวเองอยู่เสมอว่า ในที่ที่เราอยู่ ณ ตอนนี้ เราอยู่เพื่อจะรับใช้พระประสงค์ของพระเจ้าอยู่หรือไม่”
เมื่อเราเปลี่ยนโฟกัสจากการเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเอง มาเป็นการมองหาโอกาสที่จะรับใช้พระเจ้าผ่านการปรนนิบัติผู้อื่น ชีวิตของเราจะเริ่มฉายแสงแห่งความรักที่แตกต่างจากกระแสโลก
——————————————————————————–
2. ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวที่จะรับใช้
การส่องสว่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็น “ผลจากการตัดสินใจ” เราเห็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่จากคริสตจักรในแคว้นมาซิโดเนีย (2 โครินธ์ 8:1-5) แม้พวกเขาจะเผชิญความยากลำบากและความยากจนอย่างที่สุด แต่พวกเขากลับตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะมีส่วนร่วมในการช่วยธรรมิกชน เคล็ดลับที่สำคัญที่สุดคือ “พวกเขาถวายตัวเองแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าก่อน” ก่อนที่จะถวายทรัพยากรเสียด้วยซ้ำ
เช่นเดียวกับหญิงหม้ายยากจนที่ถวายเหรียญทองแดงสองอัน (มาระโก 12:41-44) แม้ปริมาณจะน้อย แต่ท่าทีในใจของเธอนั้นยิ่งใหญ่ เพราะเธอ “ให้ทั้งหมดที่มี” การตัดสินใจเด็ดเดี่ยวในการรับใช้จึงไม่ใช่เรื่องของจำนวนเงินหรือความพร้อมในชีวิต แต่คือความพร้อมที่จะสละตัวเองเพื่อพระเจ้า อย่าให้ความขัดสนหรืออุปสรรคมาเป็นข้ออ้างในการหยุดส่องสว่าง
——————————————————————————–
3. อุทิศตัวที่จะติดตามพระเจ้า
ความสว่างที่ยั่งยืนต้องถูกขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์ภายใน ไม่ใช่แรงกระตุ้นจากภายนอก อาจารย์เปาโลยืนยันใน 2 โครินธ์ 5:14 ว่า “ความรักของพระคริสต์ควบคุมเราอยู่” เมื่อเราตระหนักถึงพระคุณอันล้นพ้นที่พระองค์ทรงยอมสิ้นพระชนม์เพื่อเราในขณะที่เรายังเป็นคนบาป ความรักนั้นจะกลายเป็นเชื้อเพลิงที่ไม่มีวันหมด
กลยุทธ์สู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนถูกระบุไว้ใน โยชูวา 1:8 คือการ “ใคร่ครวญพระธรรม” ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อที่จะ “ระวังที่จะทำตาม” ทุกประการ แล้วชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จ นี่คือตารางเปรียบเทียบที่จะช่วยให้คุณตรวจสอบแรงจูงใจของตนเอง:
| ปัจจัยเปรียบเทียบ | การขับเคลื่อนจากภายนอก | การขับเคลื่อนจากภายใน |
|---|---|---|
| แรงจูงใจ | แสงสีเสียงในโบสถ์, คำกำชับของพี่เลี้ยง | ความรักของพระคริสต์ที่สัมผัสถึงใจ |
| การกระทำ | ทำตามหน้าที่เมื่อมีคนมองเห็น | ประพฤติตามพระวจนะด้วยใจจริง (ยากอบ 1:22) |
| เป้าหมาย (The Goal) | เพื่อให้ดูดีในสายตามนุษย์หรือตามกฎเกณฑ์ | เพื่อทำตามน้ำพระทัยและประสบความสำเร็จตามพระสัญญา (โยชูวา 1:8) |
——————————————————————————–
4. เริ่มต้นรับใช้ทันที
การส่องสว่างคือ “พันธกิจแห่งการคืนดี” (2 โครินธ์ 5:18-20) พระเจ้าทรงเปลี่ยนยุทธวิธีจากสมัยพันธสัญญาเดิมที่ผู้คนต้องเดินทางไกลไปหาพระเจ้าที่วิหารในเยรูซาเล็ม ซึ่งมีการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน (ปุโรหิตหลวง > ปุโรหิต > ชายยิว > หญิงยิว > คนต่างชาติ) ในอดีตพวกเราที่เป็นคนต่างชาติอยู่ไกลจากที่ประทับที่สุด แต่ตอนนี้พระเจ้าทรงกลับมุมมองใหม่ ทรงให้ร่างกายของเราเป็น “วิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์” (1 โครินธ์ 6:19-20) เราไม่ได้เป็นเพียงผู้อยู่รอบนอกอีกต่อไป แต่เราคือที่ประทับของพระองค์
เวลาผ่านไปรวดเร็วมาก เผลอแป๊บเดียวจากมกราคมก็เข้าสู่กุมภาพันธ์ และอีกไม่นานก็จะสิ้นปี อย่าผัดวันประกันพรุ่งในการเป็นคนบริสุทธิ์ เราต้องเริ่มต้น “Reclaim” พื้นที่ทุกส่วนในชีวิตทันที:
• ที่บ้าน: เปลี่ยนบรรยากาศครอบครัวด้วยการรับใช้
• ที่ทำงาน: เปลี่ยนโต๊ะทำงานให้เป็นพื้นที่แห่งความซื่อสัตย์และการเป็นพร
• โลกดิจิทัล: สื่อสารความหวังท่ามกลางกระแสลบ
“เราเป็นทูตของพระเจ้า… มันเท่ยิ่งกว่าเท่ เพราะเราเป็นตัวแทนของพระองค์ในโลกนี้ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็ตาม”
——————————————————————————–
บทสรุป: สิทธิพิเศษที่มาพร้อมความรับผิดชอบ
การส่องสว่างผ่านการ พัฒนาท่าทีของผู้รับใช้ การ ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวที่จะรับใช้ การ อุทิศตัวที่จะติดตามพระเจ้า และการ เริ่มต้นรับใช้ทันที คือสิทธิพิเศษอันสูงสุดที่พระเจ้ามอบให้แก่เรา พระองค์ทรงซื้อเราไว้ด้วยราคาที่สูงยิ่งคือชีวิตของพระองค์เอง เพื่อให้เราที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในความมืด ได้กลายเป็น “ปุโรหิตหลวง” ที่นำความสว่างไปสู่ผู้อื่น
ในวันนี้ คุณพร้อมหรือยังที่จะให้ชีวิตของคุณเป็น “วิหารที่เคลื่อนที่ได้” ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด เพื่อให้คนรอบข้างได้พบกับการคืนดีและความรักของพระเจ้าผ่านตัวคุณ?



