ในวันที่คุณได้รับมอบหมายงานที่ “ไม่ชอบ” หรือต้องไปในที่ที่ “ไม่อยากไป” ปฏิกิริยาแรกของคุณคืออะไร? หลายคนเลือกที่จะหันหลังและเดินหนี เช่นเดียวกับชายที่ชื่อ “โยนาห์”
ชื่อของโยนาห์แปลว่า “นกพิราบ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพและข่าวดี แต่โยนาห์กลับเป็นนกพิราบที่ “ไม่ยอมบิน” เขาเลือกที่จะดับแสงสว่างในตัวและหนีภารกิจของพระเจ้าจากนีนะเวห์ (ปัจจุบันคือพื้นที่ในอิรักและอิหร่าน) มุ่งหน้าสู่เมือง “ทารชิช” ที่เขาคิดว่าจะหนีไปให้พ้นจากพระพักตร์ของพระเจ้าได้
เรื่องราวของโยนาห์และปลาตัวใหญ่จึงไม่ใช่เพียงนิทานสอนเด็ก แต่มันคือกระจกบานใหญ่ที่ส่องให้เห็นว่า หลายครั้งเราก็เลือกที่จะหนีจากการเป็น “แสงสว่าง” เพื่อรักษาความสบายใจของตัวเอง
——————————————————————————–
1. เชื่อฟังสุดหัวใจ
เมื่อกลุ่มคนที่แสวงหาแต่การอัศจรรย์มาทูลขอหมายสำคัญจากพระเยซู พระองค์ทรงอ้างถึงโยนาห์ในฐานะหมายสำคัญเดียวที่จะประทานให้ เพื่อชี้ให้เห็นว่าการส่องสว่างที่แท้จริงต้องผ่านกระบวนการ “ตายต่อตัวเก่า“
“โยนาห์อยู่ในท้องปลามหึมา 3 วัน 3 คืน อย่างไร บุตรมนุษย์จะอยู่ในท้องแผ่นดิน 3 วัน 3 คืน อย่างนั้น”
ความลึกซึ้งอยู่ที่ความแตกต่าง: โยนาห์ต้องเข้าไปอยู่ในท้องปลา 3 วันอย่าง “ไม่เต็มใจ” เพราะเขาคือ “ต้นเหตุของปัญหา” แต่พระเยซูคริสต์ทรงยอมอยู่ในอุโมงค์ฝังศพ 3 วันอย่าง “เต็มพระทัย” เพราะพระองค์ทรงเป็น “ทางออกของปัญหา” การยอมจำนนคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้แสงสว่างแห่งความรอดส่องประกายไปทั่วโลก
การพยายามหนีจากพระเจ้าไม่เคยมีคำว่าฟรี โยนาห์ต้องจ่ายราคาที่สูงเกินกว่าที่เขาคิดไว้มาก
สิ่งที่โยนาห์ต้องสูญเสียจากการหนีพระเจ้า:
• ค่าโดยสารเรือ: เขาต้องจ่ายเงินเพื่อไปในทางที่พระเจ้าไม่ได้สั่ง (การเดินไปนีนะเวห์ทางบกอาจไม่ต้องเสียค่าตั๋วเรือ)
• สันติสุขในใจ: ขณะที่พายุคลั่ง เขากลับต้องไปนอนหลบด้วยความหวาดระแวง
• ทรัพย์สินและผู้อื่นเดือดร้อน: ทรัพย์สินบนเรือต้องถูกโยนทิ้ง และลูกเรือต้องเผชิญกับอันตรายถึงชีวิตเพราะความดื้อรั้นของเขาเพียงคนเดียว
• ชีวิตและอิสรภาพ: เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดและต้องถูกขังอยู่ในท้องปลา
ในขณะที่โยนาห์หนีจนเกือบเสียทุกอย่าง พระเยซูคริสต์กลับทรงเลือก “เชื่อฟังจนถึงความมรณา” พระองค์ไม่ทรงหนี แต่ทรงยอมสละทุกอย่างเพื่อให้แสงสว่างของพระเจ้าส่องถึงเรา
——————————————————————————–
2. ประกาศด้วยความตั้งใจ
นีนะเวห์ในสมัยนั้นคือมหาอำนาจ “อัสซีเรีย” ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายทารุณ (เช่น การถลกหนังคนทั้งเป็น หรือการทำลายชีวิตเด็กทารก) โยนาห์จึงมีอคติและประกาศข่าวสารด้วยท่าที “ขอไปที” นีนะเวห์เป็นนครใหญ่ที่ต้องใช้เวลาเดินถึง 3 วัน แต่นีนะเวห์เดินเพียง 1 วัน แล้วตะโกนสั้นๆ เพียงว่า “อีก 40 วันเมืองนี้จะพินาศ”
เขาทำเพียงเพื่อให้จบ “งาน” โดยหวังลึกๆ ให้พวกเขาพินาศ แต่พระเยซูคริสต์ทรงปฏิบัติ “พันธกิจ “ ด้วยหัวใจที่แตกสลายเพื่อคนบาป
ตารางเปรียบเทียบ: งาน (Job) vs พันธกิจ (Ministry)
| หัวข้อ | งาน (Job) – แบบโยนาห์ | พันธกิจ (Ministry) – แบบพระเยซู |
|---|---|---|
| แรงจูงใจ | ทำเพราะต้องทำ หรือไม่มีใครทำ | ทำเพื่อรับใช้พระเจ้าด้วยความรัก |
| ความทุ่มเท | ทำแค่ให้ผ่านๆ ไป | ทำด้วยสุดกำลังและสติปัญญาจนตัวตาย |
| ท่าทีต่อผู้คน | มองเป็นหน้าที่ หรือรบกวนเวลาส่วนตัว | “สงสารจับใจ” |
| ผลลัพธ์ | มักจะเหนื่อยหน่ายและอยากให้จบเร็วๆ | รู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีส่วนในหัวใจของพระเจ้า |
——————————————————————————–
3. พระทัยเมตตา
ประเด็นที่สะเทือนใจที่สุดคือตอนที่โยนาห์นั่ง “ลุ้น” ให้เมืองนีนะเวห์พินาศ เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเมื่อ “ต้นระหุ่ง” ที่ให้ร่มเงาแก่เขาตายลง แต่เขากลับไม่มีความเมตตาต่อชีวิตมนุษย์นับแสน พระเจ้าจึงตรัสสอนเขาด้วยคำถามที่แทงใจว่า:
“เจ้าหวงต้นไม้ซึ่งเจ้าไม่ได้ปลูก… ไม่สมควรหรือที่เราจะห่วงใยนีนะเวห์นครใหญ่นั้น ซึ่งมีผู้คนมากกว่าหนึ่งแสนสองหมื่นคน ผู้ซึ่งไม่ทราบข้างไหนมือขวาข้างไหนมือซ้าย…”
หลายครั้งเราก็เป็นเหมือนโยนาห์ เราหวงความสะดวกสบาย หวงเวลา และหวงความสุขส่วนตัว (ต้นระหุ่งของเรา) มากกว่าที่จะแยแสต่อคน 99.5% ในประเทศไทยที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า อคติทำให้เราดับแสงสว่างใส่คนที่เรา “ไม่ชอบ” หรือมองว่า “ไม่สมควรได้รับความรอด”
——————————————————————————–
บทสรุป:
สถิติที่น่าตกใจคือ ตลอด 40 ปี ที่ผ่านมา สัดส่วนคริสเตียนในประเทศไทยยังคงนิ่งอยู่ที่ 0.5% ไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นหมายความว่าคนไทยอีก 99.5% กำลังเดินไปสู่ความพินาศในขณะที่เราอาจกำลัง “หวงต้นระหุ่ง” ของเราอยู่ในโบสถ์
การส่องสว่างไม่ใช่การทำความดีด้วยกำลังตัวเอง แต่เราเป็นเหมือน “ดวงจันทร์” ที่ไม่มีแสงในตัวเอง แต่ส่องสว่างได้เพราะหันหน้าเข้าหา “ดวงอาทิตย์” และสะท้อนแสงนั้นออกมา หากเรายอมจำนนต่อพระเจ้าและเมตตาเพื่อนมนุษย์ แสงของพระองค์จะส่องผ่านเราเอง
คำถามสำหรับคุณในวันนี้: คุณกำลังทำแค่ “งาน” ในโบสถ์ หรือกำลังขับเคลื่อน “พันธกิจ” ด้วยหัวใจเมตตา? อย่าเป็น “นกพิราบที่ไม้ยอมบิน” เหมือนโยนาห์ แต่จงตั้งใจพา “1 คนมาเชื่อใน 1 ปี” เพื่อให้แสงสว่างของพระคริสต์กระจายไปทั่วแผ่นดินไทยอย่างแท้จริงสืบไป
